gbgift's profilegbgiftPhotosBlogListsMore Tools Help

gbgift

Horoscopes

Loading...
There are no photo albums.

gbgift

สวัสดี!!!
April 05

การทำงานในสัปดาห์แรก

สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แรกของการเริ่มต้นการทำงานในชีวิต !!!

เหมือนกับที่ได้เรียนใน team org/dev มาว่าต้องเริ่ม staffing process ที่การ orientation ดังนั้นเราจึงไป orientation กัน ซึ่งจัดขึ้นที่ โรงแรม เดอะเดวิส ของ ชูวิทย์

มีคนที่มา orientation ทั้งหมด 40 คน เยอะทีเดียว เป็นเพื่อนที่ทำงานอยู่แผนกเดียวกัน 20 คน ซึ่งก็เยอะอีก สรุปว่าเยอะจริงๆ

เนื้อหาที่อบรม ก็เรื่อยๆ ฟังได้เรื่อยๆ น่าสนใจบ้าง น่าเบื่อบ้าง สลับกันไป แต่ก็ได้ความรู้ใหม่ๆเกี่ยวกับบริษัทเยอะเลย

ส่วนที่สำคัญที่สุดของการมา orientation ครั้งนี้คือ อาหาร

มีการเลี้ยงอาหารทั้งสิ้นวันละ 4 ครั้ง

ครั้งที่ 1 ก่อนเริ่มในตอนเช้า มีอาหารว่างเบาๆให้ได้กินแทนข้าวเช้า พร้อมกับกาแฟ 

ครั้งที่ 2 เบรคตอน 10 โมง มีอาหารว่างให้ได้กินกัน พร้อมกับน้ำชนิดต่างๆ ที่ต้องเดากันว่าเป็นน้ำอะไร

ครั้งที่ 3 อาหารกลางวัน เป็นอาหารนานาชาติ แบบบุฟเฟ่ต์ ที่ห้องอาหารของโรงแรม ถือว่าเป็น highlight ของงานนี้เลยทีเดียว

ครั้งที่ 4 เบรคตอน 3 โมงเย็น มีอาหารว่างเช่นกัน แต่อาหารว่างครั้งนี้ จะหนักขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดมีแฮมเบอร์เกอร์เลย ซึ่งแน่นอนว่าต้องมากับน้ำรสชาติแปลกๆอีกเช่นกัน

ผ่านไปแล้ว 4 วัน  ก็ได้ความรู้เยอะขึ้น น้ำหนักก็ขึ้น รู้จักเพื่อนมากขึ้น

ยังเหลือ desktop training กะ อะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับ S A P อีกครึ่งวัน ก็จะได้เข้า office แล้ว

 

March 08

โดน Tag ครั้งที่ n+1

โดน tag มาหลายคนมาก บางคนก็ไม่ได้บอกว่ามา tag นะ กะว่าจะให้บังเอิญไปเจอเอง บุคคลเหล่านี้ เช่น ตั๋มและจุ๊บ
 
กติกา : (copy มาเลยง่ายดี <---- กีวี่มันคิด เราเอามาใช้ )  <-- เอามาจากแปมอีกที
** Blog Tag ก็เหมือนการเขียนจดหมายลูกโซ่น่ะ แต่เปลี่ยนเป็นการเขียน blog แทนที่จะเป็นจดหมาย
** เนื้อหาใน blog ไม่ใช่คำขู่อะไร แต่เป็นการเขียนเรื่องของเราที่อยากเขียน และที่คิดว่าคนอื่นไม่ค่อยรู้เกี่ยวกะเรา
(หรือเป็นเรื่องที่อยากบอกก็ได้นะ ^ ^")
** เรื่องที่จะเขียนก็เขียนซัก 5 เรื่อง
** เสร็จแล้วก็จัดการเขียนชื่อเหยื่อที่เราจะ tag ให้เค้าอัพ blog เกี่ยวกับตัวเค้า 5 คน (อยากแกล้งใครก็เอาเลย)
** อ้อ... แล้วก็อย่าลืมเขียนชื่อคนที่ tag เราก่อนหน้าด้วยละ เป็นไปได้ก็อย่า tag ซ้ำเดี๋ยวจะเป็นวังวนไม่สิ้นสุด
** คนที่โดน tag ไม่ใช่ว่าต้องไปอัพหรอก ไม่ได้บังคับ แต่เป็นมารยาทน่ะ หนุกๆ [ที่มา : บล๊อกโอปอ ก๊อบแบบไม่ผิดเพี้ยน <--- อันนี้ก็ของ
กีวี่มานนนน] <--- เอามาจากแปมเช่นกัน
 
หมายเหตุ แปมไม่ได้ tag แต่อยาก reference ไปที่แปม เพราะเป็นฐานข้อมูลที่มีความถูกต้องสูง
 
 
1. จากการอ่านของหลายๆคนมาว่าเป็นคนกลัวหมา เราไม่ได้กลัวหมา แต่รังเกียจหมา คือเห็นได้ ดูมันเห่าได้ สามารถพิจารณาถึงความน่ารักของมันได้ แต่อย่าให้มันเข้ามาใกล้และนำขนของมันมาสัมผัส มันรู้สึกขยะแขยง ซึ่งรวมทุกสัตว์ที่มีขนทุกชนิด ยกเว้น คน
 
2. ตอนเด็กๆแม่เล่าว่า ตอนไปส่งโรงเรียนต้องไปยืนเฝ้าที่หน้าห้องน้ำเพือให้ทำภารกิจหนักทุกวัน จนอาจารย์และผู้ปกครองเด็กคนอื่นๆสังเกตเห็นได้
 
3. ตอนเด็กๆเคยขาวกว่านี้ด้วย แต่มีช่วงหนึ่งของชีวิตเรียนว่ายน้ำตอนบ่ายโมงประมาณ 4 ปีต่อกัน อาจจะเป็นเหตุผลนึงที่ทำให้ดำมาจนถึงตอนนี้
 
4. ในชีวิตนี้เป็นไข้เลือดออกมาแล้วถึง 3 ครั้ง เคยได้ยินมาว่าไข้เลือดออกมี 5 ชนิด เป็นชนิดไหนแล้ว จะไม่เป็นอีก ดังนั้นเหลืออีกแค่ 2 ครั้ง เราก็จะ ไข้เลือกออกproof แล้ว
 
5. เคยมีช่วงหนึ่งของชีวิตที่คุยโทรศัพท์กับเพื่อนคนเดิมทุกวัน วันละ 2-3 ชั่วโมง และเรียนห้องเดียวกับเพื่อนคนนั้น เรียกว่าคุยกันทั้งปีเลยไม่รู้ว่าทำไมมีเรื่องอะไรคุยกันเยอะขนาดนั้น นึกไม่ออก
 
 
รายชื่อเหยื่อการ tag รายต่อไป
1. warm สุดหล่อ อย่าลืมไปดูรูปวอร์มสุดหล่อที่ http://warmself.multiply.com
2. เตย ส๊วยสวย อยากรู้ว่ามีความลับของคนสวย ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้สวยจนถึงปัจจุบันนี้
3. ต้า นักเรียน MIT ในอนาคต (เอ๊ะ เหรียญทองด้วยหรือป่าว)
4. อั๋น Homo เอ๊ะ! ยังไม่จบนิต้อง Homo Sapiens
5. ก้อง สุดเท่ ช่วยมา up blog up รูป แข่งความหล่อกับวอร์มหน่อยเถอะ เด๊ยวมันจะเหลิง
 
รีบเขีบนกันนะ อยากอ่าน
 
 
 
 
 
 
 
November 16

เรียนภาษาอังกฤษกัเนถอะ

 วันนี้ไปเรียนภาษาอังกฤษมาตอนเย็น  ระหว่างทางกลับบ้านก็เลยนึกว่า ได้เรียนภาษาอังกฤษมากี่ที่แล้วเนี่ย สรุปได้ว่า

ECC อันนี้เรียนตั้งแต่สมัย ม.1 ถึง ม.2 ในห้องก็เรียนไปเรื่อยๆไม่ค่อยมีจุดหมาย อาจารย์ที่มาสอนก็ดูเรื่อย ค่าเรียนประมาณ 2000


British Council เรียนตอน ม.3 ถึง ม.4 เทอมแรก ตอนไป Test ได้ Level: Intermediate ซึ่งใน 1 Level ก็มีอีก 4 Level ย่อย ก็เรียนจนเกือบจะจบของเด็กแล้ว แต่เลิกไปก่อน การ Test ที่นี่จริงจังมาก เพราะเก็บตังค์ต้อง 600  มีทั้งส่วนที่ทำในข้อสอบ แล้วก็ไปคุยกับอาจารย์ด้วย ถือเป็นการวัดระดับที่ได้ผลนะ เพราะถ้าทำ grammar ได้เยอะ แต่พูดไม่ได้ ก็จะไม่ได้เรียนใน level ที่สูงเกินไป การเรียนการสอนที่นี่จัดว่าดีมาก อุปกรณ์พร้อมครบครัน มีทุกอย่างพร้อม อย่างตอนเรียน Intermediate ก่อนจบอันท้ายของ level ก็มีส่ง parcel ไปที่ประเทศอื่นด้วย ซึ่งในนั้น ก็ได้ทำ สถานที่ท่องเที่ยวแปลกๆในโลกส่งไป แต่ส่งไปหาใคร อันนั้นไม่รู้ ส่วนค่าเรียนนั้น ตอนเรียนครั้งแรก 6300 พอเรียนไปสัก 2-3 ครั้ง ก็จะให้ลงทะเบียนครั้งต่อไปแล้ว แต่เอ๊ะ ทำไมกลายเป็น 6800 แล้วล่ะ แล้วรู้สึกว่าก่อนเลิกมันขึ้นไปถึง 7800 เลย  รู้สึกจะเรียน 30 หรือ 35 ชั่วโมงมั้ง จำได้ว่าชั่วโมงนึงมัน 200 - 300 บาท  แล้วการลงทะเบียนของคนที่จะเรียนก็ต้องข่วนขวายใช้ย่อย เนื่องจากเค้าให้สิทธิ์คนที่เรียนอยู่แล้วก่อน อย่างที่บอกพอเรียนไปไม่กี่ครั้งมันก็ให้ลงทะเบียนแล้ว ดังนั้นหากคนทั้งห้องจะเรียนต่อ คนใหม่ที่จะมาเรียนก็ไม่มีสิทธิ์เรียน จำได้ว่าตอนนั้นห้องนึงมัน max ที่ 20 มั้ง จำได้ว่าเคยเห็นมีคนมาต่อคิวที่หน้า British ตั้งแต่เช้า เพื่อลงเรียน เป็นคิวยากมากกกกกกกกกกกกกกก  ตกใจว่าเค้ามาทำอะไรกัน ตอนนั้นในห้องที่เรียนมีดาราด้วยนะ ไปประกวดดัชชี่ แต่เค้าคงไม่รู้จักกัน เพื่อนบางคนตอนนั้นยังจำกันได้อยู่ ล่าสุดเจอกันตอนปีสอง ก็ยังทักกันอยู่


ครูสมศรี อันนี้เรียนตอน ม.6 เทอม 1 ถึง ก่อนคะแนนเอ็น ตุลา ออก ที่ช่วงเวลาเรียนแปลกๆ เพราะ พอคะแนนภาษาอังกฤษออก เห็นว่าได้เยอะแล้ว เลยเลิก ขายต่อให้เพื่อนไปเลย การเรียนที่นี้ ในความรู้สึกคือ ได้ศัพท์ grammar ไม่ค่อยได้ เพราะ grammar ส่วนใหญ่อาจารย์ที่สอนตอน ม.3 สอนมาให้หมดแล้ว นอกจากนี้ยังมีการ psycho เป็นระยะ การสอนของครูสมศรีก็ดีนะครับ เพราะเน้นการท่องศัพท์ซึ่งก็เพียงพอแก่การสอบ Ent แล้ว เพราะข้อสอบ Ent รู้ศัพท์ก็ทำได้เยอะมากแล้ว ก็ในข้อสอบ Ent เน้นแต่ศัพท์  เพราะ choice 4  ตัว ความหมายไม่ใกล้กันเลย ห่างกันเป็นปีแสง ข้อสอบอังกฤษที่เตรียมยังยากกว่าเยอะที่เดียว ค่าเรียนก็จำไม่ได้แล้ว น่าจะเท่ากับค่าเรียนเตรียม Ent ทั่วไป

Berlitz เรียนตอนปีสาม เทอมปลาย ที่นี่เรียนกันนานนนนนนนนนนมากประมาณ 4 เดือน เพราะเรียนครั้งละ 2 lesson แต่ต้องเรียน 70 lessons, 1 lesson =  45 นาที  ก็นับกันไปสิ อาทิตย์นึงเรียน 2 ครั้ง เรียนจนสนิทกับคนในห้องเลย คอร์สที่แล้วพอเรียนจบมีนัดกินข้างกันด้วย แต่เนื่องยังเป็นเด็ก เลยกินฟรี  ที่นี่จะเน้น conversation ดังนั้นในการสอบ ก็จะเป็นการคุยอย่างเดียวเลย และด้วยความสามารถในสนทนาทำให้ได้ Level 3 จาก 11 รู้สึกโง่มาก ตอนเรียนก็อายุน้อยสุดแล้ว ในห้องมี 6 คน เนื่องจากเลือกเรียนแบบกลุ่ม ในห้องก็จะมีสถานการณ์ต่างๆตามหนังสือ ราคา 1400 บาท เน้น 1400 บาท เป็นหนังสือของเค้าเอง ตอนแรกก็ใส่แฟ้มราคา 400 บาท เน้นอีกครั้ง 400 บาท ไปเรียน แต่หลังจากนั้น ก็เอาไปเรียนที่ละ 5 แผ่น เนื่องจากมันสามารถแกะเลือกบทไปเรียนได้  ก็จะผลัดกัน Role play ตามหนังสือ โดยมีอาจารย์เคยแก้ grammar ให้ นับว่าเป็นการเรียนที่ได้ผลมาก เพราะทุกคนในห้อง มาเพื่อเรียนกัน ก็เลยจะมีความตั้งใจสูงกันมากเลย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับอาจารย์ที่สอนด้วย เพราะมีการเปลี่ยนอาจารย์ด้วย เช่น จันทร์คนนึง พุธคนนึง พอเรียนๆไป ก็เปลี่ยนมันทั้งสองคนเลย ค่าเรียนก็  70 x 190 = 13300 อันนี้เป็นราคาคอร์สที่ 2 แล้ว รู้สึกว่าครั้งแรกจะแพงกว่าหน่อย ถ้าอยากเรียนคนเดียว ก็ลองถามปุ้ยดู หรืออยากแบบ 2-3 คนก็ถามกิ๊ฟอีกคนดู


Inlingua เรียนอยู่ตอนนี้เลย ก็เรียนไปครั้งเดียวยังตอบอะไรมากไม่ได้ แต่จากที่ลองเรียนดู ก็สนุกดีนะ แต่ทำไมคนในห้องมันถึงมี level ต่างกันมาก สามารถรู้สึกได้เลย เพราะมีคนนึงในห้อง เหมือนไม่รู้อะไรเลย แต่คาดว่าคงมาจากการเรียน level ที่ต่ำกว่า มันเลยทำให้การเรียนขรุขระ อย่างวันนี้จับคู่สัมภาษณ์กัน คู่อื่นทำกันเสร็จ แต่ของเราไม่เสร็จ เพราะต้องแปลทุกคำถามเป็นภาษาไทยก่อน แต่เค้าอาจจะดีขึ้นก็ได้นะ ค่าเรียนก็ 7450 ต่อ 36 periods, period = 50 minutes นับว่าแพงที่สุดมั้ง แต่ไม่รู้ดีที่สุดหรือป่าว ต้องลองดูกันต่อไป
 

February 14

เข้ารอบสามแล้ว

ดีใจ เข้ารอบสามแล้ว  หมดแล้ว มีเท่านี้แหละ
September 19

ปวดหัว

ใกล้สอบแล้ว แต่ยังมีเวลามา up blog อีก หลังจากที่ร้างมาเกือบร้อยปี ว่างจริงๆเลย เอ๊ะ ไม่ใช่นิ ไม่เจียมจริงๆเลย
 
วันนี้ปวดหัวทั้งวัน ไม่ใช่ว่าอ่านหนังสือเยอะไป หรือเครียด แต่เกิดจากการนอนไม่พอ เพราะเมื่อคืนนอนประมาณตี 4 ได้ ไม่ใช่ว่าฟิต แต่นอนไม่หลับต่างหาก คงเป็นเพราะนอนกลางวันเยอะเกินไป แต่ตอนนี้หายแล้ว เพราะเริ่มจะทำอะไรไร้สาระ พอคิดจะอ่านหนังสือก็ปวดใหม่อีก
 
เรื่องบังเอิญนี้มันบังเอิญจริงๆ ขณะที่กำลังจะนั่รถป๊อปไปสยาม ก็เจอเพื่อนตอน ม.ต้น ก็เลยรู้ว่านัดเจอเพื่อนที่ไปเรียนที่อเมริการที่กลับมา และกำลังจะกลับไป ก็เลยไปด้วย ทั้งที่หลังจากจบ ม.3 แล้วมาก็เจอกหน้าไม่เกืน 3 ครั้ง  แต่ก็ยังไป หลังจากที่นั่งคุยกันชั่วโมงกว่าที่ร้านชินนามอน (มั้ง) ที่ลงในหนังสือสาธารณียากร (หรือป่าว) ที่ไปร้านนี้ก็เพราะซื้อ 1 แถม 1 ซื้อของไปร้อยกว่าบาท นั่งชั่วโมงกว่า คนสิบกว่าคน แต่ในร้านมีคนนั่งเต็มเลยนะ แต่นั่ง เห็นซื้อน้ำแล้วก็นั่ง ไม่ค่อยกินกันเท่าไหร่ พออกจากร้านนี้ เพือนที่มาจากอเมริการก็บอกว่าจะเลี้ยงข้าว เลยไปกินร้านซามูไรกัน โดนฟันซะ ไม่อร่อยเลย
 
เบื่อจริงๆ ไม่รู้จะทำอะไร อยากทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่อ่านหนังสือ
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
ศิลปิน : ไฟรเดย์ (Fryday I'm In Love)
อัลบั้ม :
เพลง : นิดนึงพอ


ฉันค้นคว้าหาคำตอบ เท่าไหร่ไม่เจอ
เพราะอะไร เหตุใดถึงไม่ลืมเธอสีกที
หรือต้องรอให้เธอบอก ฉันเป็นส่วนเกิน
ที่บังเอิญผ่านมา แล้วให้เธอกับเขาวุ่นวาย

เธอจะร้ายเพียงใด อดทนไว้เข้าใจโดยดี
เคืองไม่มี ยังภักดี โดยไม่เคยเปลี่ยนแปลง

อยากแสดงให้เธอ รู้ซึ้งถึงความจริงจังจริงใจ
ด้วยยังหวังซักวัน ฟ้ารู้ถึงคำรำพันของฉันเมื่อไหร่
สะกิดใจ บอกเธอให้ช่วยพิจารณา

ฉันไม่เคยคิดแข็งข้อ หรือบังอาจขอ
เพราะยังเจียม และเตรียมหัวใจว่าคงส่วนเกิน
คบฉันไว้เหมือนเป็นเพื่อน ช่วยเตือนเภทภัย
ทุกข์เมื่อไหร่ปลอบใจ ร้องไห้คราใดจะคอยเช็ดน้ำตา

ปรารถนาเวียนวน ตามประสาของคนเคยเคียง
จึงร้องเรียนเวียนแวะวน ทนแม้จะถูกหยาม

* จะพยามให้เธอ เว้นที่ภายในดวงใจของเธอ
ให้กับฉัน ได้ยืน รกร้างเยือกเย็นเดียวดายเจียนตายไม่หวั่น
จะทำใจ แบ่งใจให้ฉันนิดนึงพอ

(ซ้ำ *)

ให้ฉันนิดนึงพอ
 
 
May 22

ป่าชายเลน ให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ไปปลูกป่าชายเลนที่ป้อมพระจุลจอมเกล้ามา ไปกับค่ายวิษณุกรรมบุตร 3 ไปกับน้องๆปี 1 ตอนแรกก็มีเพื่อนที่หัวเถิกๆบอกว่าไปพระประแดงเป็นป่าบก ไม่ต้องเลอะอะไร เลยไม่ได้เตรียมชุดไปเปลี่ยน แต่พอวันรุ่งขี้นเพื่อนที่หัวเถิกๆคนเดิม กลับมาบอกว่าไปที่ป้อมพระจุลฯ เหอะมันก็เลอะนะสิ

พอไปถึงก็ต้องไปเคารพพระบรมรูปของรัชกาลที่ 5 ก่อน ต่อจากนั้นก็มีพิธีต้อนรับที่แสนจะยาวนาน  ที่นี้คนที่มาต้อนรับ บอกว่าเราจะมาทำการกู้แผ่นดินครั้งที่ 3 เพราะแผ่นดินบางส่วนถูกน้ำทะเลซัดหายไป การปลูกป่าชายเนทำให้ได้ผืนดินคืนมาเสร็จแล้วจึงจะเริ่มออกเดินทาง โดยต้องออกเดินไปประมาณ 3 กิโลเมตรก่อนจึงจะไปถึงที่ปลูก เมื่อไปถึงก็พักกินข้าวกลางวันที่ตรงจะปลูกนั้นแหละ แดดร้อนมากๆ

กินข้าวเสร็จก็เริ่มลงมือปลูกได้ โดยมีผู้กล้าล่วงหน้าไปก่อน เมื่ออ๊กเห็นเช่นนั้นจึงยอมไม่ได้ ลงตามไป ถึงแม้จะใส่กางเกงยีนส์ก็เถอะ แต่ไม่ถ้อ ลงไปเลย เห็นเค้าเดินกันเร็วๆ ไปถึงที่หมายอย่างง่ายดาย แต่เอ๊ะ ทำไมเราลงไปแล้วมันไปยากอ่ะ พอไปได้สักพักก็พักเหนื่อย แล้วก็พักอยู่ตรงนั้น ไม่สามารถไปต่อได้ หมดแรง จมโคลน และก็แหวกว่ายอยู่อย่างนั้น แม้จะพยายามเท่าไรก็ไม่ไปแล้ว แต่ก็ไปไกลกว่าอิ๊ก

และเมื่อเราไปไม่ไหวแล้ว ก็หยุดรอให้เค้าย้อนกลับมา ในที่สุดเราก็ได้ปลูกต้นไม้ 2 ต้น ดีใจสุดๆ แต่ตอนกลับนี่สิ ไม่สามารถกลับเองได้จริงๆ พอพลิกตัวก็เป็นตะคริว ต้องให้เค้าลากกลับไปให้ เป็นพระคุณอย่างมาก พอขึ้นจากโคลนได้ก็หิวน้ำ แต่ไม่มีน้ำ จะไม่มีได้ไงฟ่ะ ก็หยิบไปคนละ 2 ขวด แต่กินไปแค่ครึ่งขวดเอง อีกขวดครึ่งมันหายไปได้ไงเนี่ย แต่พอขึ้นมาก็ต้องไปล้างตัว เพราะทั้งตัวเต็มไปด้วยโคลน และสถานที่ที่ไปล้างก็คือ บ่อน้ำ อะไรก็ไม่รู้ที่มีอยู่ข้างๆ เอาน่าเดี๋ยวไปล่างข้างนอก

หลังจากเดินอีกประมาณชั่วโมงเพื่อออกไปที่ทางออก ก็พบกับหนทางสว่าง มีนกและยิม คอยบริการน้ำอยู่ ช่างเป็นเพื่อนที่ประเสริฐจริงๆ เสร็จแล้วก็ไปล้างตัวที่รถน้ำ แต่พอล้างตัวเสร็จแล้วละสิ ก็ไม่มีชุดเปลี่ยนเพราะไม่ได้เตรียมชุดไป ดังนั้นจึงต้องมีการสั่งชุด ทั้งตัวอันประกอบด้วย เสื้อ กางเกง และที่สำคัญ กางเกงใน

เมื่อเดินทางกลับมาถึงคณะ ก็ต้องไปอาบน้ำละสิ เราก็เลือกที่จะไปอาบน้ำ ที่ศูนย์กีฬาในร่ม ใช้เวลาเดินไปประมาณ 10 นาที อาบเสร็จเดินกลับ เหงื่ออกอยู่ดี เสร็จแล้วก็ไปดูสไลด์คน ก็มุกเดิมๆเหมือนทุกๆปี เสร็จแล้วก็มากินข้างเย็น และเค้าก็คุยพัฒน์กันจะเสร็จจะเสร็จแล้ว ตกลงมาทำอะไรกันเนี่ย ตอนแรกว่าจะออกมาคุยพัฒน์ ในที่สุดก็ไม่ได้คุย เฮอะ ออกมาให้ปวดขาซะงั้น

วันรุ่งขึ้น ก็เกิดอาการปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆของร่างกาย ทั้งแขน ขา ยัง ยังไม่พอ รอบๆคอ ยังมีผื่นแดงขึ้นอีก นอกจากนี้ หน้ายังแดงอีก โอ้ ช่างเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ที่ได้ประโยชน์มากๆ

บอกแล้วว่า ป่าชายเลนให้อะไรคุณมากกว่าที่คิด

April 27

เมื่อยขาจัง

วันนี้ไปเล่น Bowling ที่ เมเจอร์ เซ็น่ทรัลเวิร์ล มาเป็นแบบบุฟเฟต์ ตั้งแต่ สิบเอ็ดโมง ถึง สามโมงเย็น ราคา สองร้อยบาท

 

วันนี้ไปถึงก็เที่ยงก่าๆแล้ว กลัวโยนไม่คุ้มเลยรีบโยนซะ เมื่อยขาไปหมดเลย ไม่ได้หยุดพักเลย แต่สนุก อยากไปอีกจัง